สำหรับองค์กรต่างๆ  ที่อาจจะประสบปัญหาเกี่ยวกับผู้สมัครงานที่จะเข้ามาร่วมงานกับองค์กรหายากขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อรับเข้ามาร่วมงาน ก็ปฏิบัติงานได้ไม่กี่วัน  ก็ลาออกหรืออาจจะพบปัญหาตำแหน่งงานว่างแต่ก็ไม่มีผู้สมัครที่ตรงคุณสมบัติเข้ามาปฏิบัติงานได้สักที  บางครั้งองค์กรไปแก้ปัญหา  โดยไปเพิ่มค่าจ้างและสวัสดิการเพิ่มขึ้นในตำแหน่งงานดังกล่าว  สิ่งที่ตามมาก็คือ ค่าใช้จ่ายของบริษัทที่เพิ่มขึ้น  เพราะว่าการปรับค่าจ้างขึ้นนั้น  เมื่อปรับให้กับผู้สมัครใหม่ที่เข้ามาร่วมงานแต่อย่าลืมว่าพนักงานเก่าที่อยู่ภายในองค์กร  ยังไม่เท่าเดิมก็จะเกิดปํญหา  รับคนใหม่เข้ามา ทำให้คนเก่าลาออก  เพราะว่าเงินค่าจ้างของพนักงานใหม่มากกว่าพนักงานที่ทำงานอยู่เดิม  ซึ่งก็ยิ่งทำให้ปัญหาภายในองค์กรเพิ่มมากขึ้นเข้าไปอีก

การแก้ปัญหาในเบื้องต้นนั้น   ควรจะต้องเริ่มวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริงก่อนว่าการหาผู้สมัครเข้ามาร่วมงานไม่ได้นั้น  เกิดจากอะไรกันแน่  เช่น การประกาศรับสมัครดีแล้วหรือยัง  งบประมาณค่าใช้จ่ายที่จัดทำเพียงพอหรือไม่  สิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นช่องทางที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายองค์กรหรือเปล่า

ข้อมูลดังกล่าว  หน่วยงานสรรหาและคัดเลือก  จะต้องเป็นผู้ดำเนินการเก็บข้อมูลจากผู้สมัคร เพื่อนำมาดำเนินการวิเคราะห์ เพื่อหาความเป็นได้เสียก่อนว่า  ข้อมูลที่ได้มานั้นเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ จะได้นำมาดำเนินการตัดสินใจเลือกช่องทางสรรหาคัดเลือกที่ถูกต้องได้

การดำเนินการควรเริ่มที่ การเก็บข้อมูลผู้สมัคร  ที่เข้ามาเข้ารับการสัมภาษณ์ในองค์กร จะต้องสอบถามข้อมูลเชิงลึกว่า  ผู้สมัครได้รับทราบข้อมูลจากสื่อโฆษณาช่องทางใด เช่น จากแผ่นป้ายโฆษณาหน้าบริษัท  เพื่อนพนักงานภายในองค์กร  เวบโฆษณาบริษัท  วิทยุชุมชน  จัดหางาน และป้ายรถรับส่งของพนักงานบริษัท  เป็นต้น   การเก็บข้อมูลทั้งหมดนี้  เมื่อได้รับมาแล้วจะทราบได้ว่าบริษัทของท่าน  มีผู้สมัครมาจากช่องทางใดเรียงจากมากไปหาน้อย  ระยะเวลาการเก็บข้อมูล  1  ปี ก็พอจะมองเห็นได้ว่าช่องทางที่ผู้สมัครให้ความสนใจและรับรู้ข้อมูล  หน่วยงานสรรหาและคัดเลือกก็ควรจะนำเสนอผู้บริหารหน่วยงาน HR เพื่อปรับเพิ่มงบประมาณในส่วนที่เป็นช่องทางที่ผู้สมัครสนใจเข้ามามากที่สุด  ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการพัฒนาช่องทางการสรรหาพนักงานขององค์กรของท่านให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น  และหลังจากนั้นก็เก็บข้อมูลต่ออีกว่าจากการที่บริษัทลงทุนงบประมาณเพิ่มขึ้นแล้ว  จำนวนผู้สมัครมีความสนใจมากขึ้นมากน้อยเพียงใด

การแก้ปัญหาในเบื้องต้น  ที่สามารถประหยัดงบประมาณมากที่สุด  ซึ่งการดำเนินการลักษณะดังกล่าว  สามารถกระทำได้เลย  โดยไม่ต้องมีผลกระทบหน่วยงานอื่นภายในองค์กร หัวหน้าหน่วยงาน HR สามารถเป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการได้  การกระทำลักษณะดังกล่าวนี้  จะทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ตรงประเด็นได้อีกด้วย  อย่าลืมว่าแต่ละองค์กรมีสถานที่ตั้งที่ต่างกัน พนักงานที่อยู่ภายในองค์กรมีการรับรู้ที่แตกต่างกัน  ฉะนั้นจึงต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างเหมาะสมและถูกต้องของแต่ละองค์กร  ไม่สามารถไปลอกเลียนแบบของแต่ละองค์กรมาได้  เพราะว่าแต่ละองค์กรมีที่มาที่แตกต่างกัน

 

ที่มาข้อมูล : ดร.กฤติน  กุลเพ็ง   การสรรหาและคัดเลือกพนักงานเข้าสู่องค์กร  2564


  บทความ     
  149 views     Comments