การ ต้องสร้างที่ HR วัฒนธรรมองค์กร การ Reskill และ Upskill อย่างต่อเนื่อง เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ เพราะโลกการทำงานเปลี่ยนแปลงเร็ว ทั้งเทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และความคาดหวังของลูกค้า หากองค์กรไม่พัฒนาคนอย่างสม่ำเสมอ จะเกิด “ช่องว่างทักษะ (Skill Gap)” และทำให้องค์กรแข่งขันไม่ได้

  1. ความหมายของ Reskill และ Upskill

🔹 Reskill

การ พัฒนาทักษะใหม่ ให้พนักงานสามารถทำงานในบทบาทหรือหน้าที่ใหม่

ใช้เมื่อทักษะเดิมไม่สอดคล้องกับทิศทางองค์กรในอนาคต

ตัวอย่าง

  • พนักงานธุรการ → เรียนรู้ระบบ HRIS และ Data Admin
  • พนักงานขายหน้าร้าน → ฝึกเป็น Sales Online / Live Commerce
  • เจ้าหน้าที่บัญชี → Reskill เป็น Financial Analyst

🔹 Upskill

การ ยกระดับทักษะเดิมให้ลึกและเก่งขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าในการทำงาน

ตัวอย่าง

  • เจ้าหน้าที่ HR → Upskill ด้าน People Analytics
  • ผู้จัดการ → Upskill ด้าน Coaching & Leadership
  • พนักงาน IT → Upskill ด้าน Cybersecurity / AI
  1. ทำไม HR ต้อง “สร้างวัฒนธรรม” ไม่ใช่แค่ “จัดอบรม”

การอบรมเป็นเพียงกิจกรรมระยะสั้น แต่ วัฒนธรรมการเรียนรู้ คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในองค์กร

หากไม่มีวัฒนธรรม

  • พนักงานเรียนเพราะ “ถูกบังคับ”
  • อบรมจบแล้วไม่ได้นำไปใช้
  • ความรู้ล้าสมัยเร็ว

หากมีวัฒนธรรม Reskill & Upskill

  • พนักงานเรียนรู้ด้วยตนเอง
  • กล้าพัฒนาทักษะใหม่

องค์กรปรับตัวได้เร็ว

  1. บทบาทของ HR ในการสร้างวัฒนธรรม Reskill & Upskill

3.1 ออกแบบทิศทางทักษะแห่งอนาคต (Future Skills)

HR ต้องวิเคราะห์ว่า

  • ธุรกิจจะเปลี่ยนไปอย่างไรใน 3–5 ปี
  • ตำแหน่งงานใดจะหายไป / เกิดใหม่
  • ทักษะใดจำเป็นในอนาคต

ตัวอย่าง

  • โรงพยาบาล → Digital Health, Telemedicine, Data-driven Care
  • ธุรกิจค้าปลีก → Data Analytics, Omnichannel, Customer Experience

3.2 เชื่อมการเรียนรู้กับการเติบโตในอาชีพ (Career Path)

ทำให้พนักงานเห็นว่า

“เรียนแล้ว ได้อะไร?”

ตัวอย่าง

  • หาก Upskill ด้าน Data → มีโอกาสเลื่อนเป็น Senior / Specialist
  • หาก Reskill → โยกย้ายไปตำแหน่งใหม่ที่ท้าทายกว่า

3.3 สร้าง Learning Ecosystem

HR ควรจัดรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่จำกัดแค่ห้องอบรม

ตัวอย่าง

  • E-learning / Micro Learning
  • Coaching & Mentoring
  • On-the-job Training
  • Community of Practice (CoP)
  • Job Rotation / Project-based Learning

3.4 ผู้บริหารต้องเป็น Role Model

ถ้าผู้บริหารไม่เรียนรู้ พนักงานก็จะไม่เห็นคุณค่า

ตัวอย่าง

  • ผู้บริหารเข้าร่วมอบรม AI / Leadership
  • แชร์สิ่งที่เรียนรู้ในการประชุม
  • สนับสนุนงบและเวลาในการพัฒนา

3.5 ผูก Reskill & Upskill กับระบบ HR

เช่น

  • Performance Management
  • Talent Review
  • Succession Plan
  • Competency Framework

ตัวอย่าง

  • KPI มีหัวข้อ “การพัฒนาทักษะตนเอง”

ใช้ Skill Matrix ในการประเมินศักยภาพ

  1. ตัวอย่างการสร้างวัฒนธรรม Reskill & Upskill ในองค์กร

📌 ตัวอย่างที่ 1: องค์กรเอกชน

สถานการณ์
องค์กรกำลังเปลี่ยนเป็น Digital Transformation

แนวทาง HR

  • ประเมิน Digital Skill Gap
  • จัดหลักสูตร Data, AI, Automation
  • ให้พนักงานเลือกเรียนตาม Career Path

ผลลัพธ์

  • ลดการจ้างคนนอก
  • พนักงานมี Engagement สูงขึ้น

องค์กรปรับตัวเร็ว

📌 ตัวอย่างที่ 2: โรงพยาบาล / หน่วยงานบริการ

สถานการณ์
ผู้ป่วยคาดหวังบริการที่รวดเร็วและมีคุณภาพ

แนวทาง HR

  • Upskill บุคลากรด้าน Service Mind & Empathy
  • Reskill บุคลากรให้ใช้ระบบ Digital Health
  • Coaching หน้างานอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์

  • คุณภาพการดูแลผู้ป่วยดีขึ้น
  • บุคลากรลดความต้านทานต่อเทคโนโลยี
  1. ปัจจัยความสำเร็จของวัฒนธรรม Reskill & Upskil
  1. HR มองการพัฒนาคนเป็น “กลยุทธ์” ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย
  2. พนักงานรู้สึกปลอดภัยที่จะเรียนรู้และลองผิดลองถูก
  3. ผู้บริหารสนับสนุนจริง ไม่ใช่แค่คำพูด
  4. การเรียนรู้เชื่อมโยงกับงานจริง
  5. มีการวัดผลและติดตามพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

🔑 สรุปสั้น ๆ

HR ที่ประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ดูแลคนเก่ง แต่ต้อง “สร้างคนให้เก่งขึ้นตลอดเวลา”

หากคุณต้องการ

  • ทำ Slide Presentation
  • เขียนเป็น บทความ HR / Policy
  • หรือเชื่อมกับ Competency / KPI / OKR

ดร.กฤติน   กุลเพ็ง   ที่ปรึกษาองค์กร


  บทความ     
  3 views     Comments