จากประสบการณ์ของผู้เขียน ที่ทำงานเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล มานาน สิ่งที่ได้รับการเรียนรู้จากมหาวิทยาลัยนั้น ไม่เพียงพอ ต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในงานเฉพาะด้านเพิ่มขึ้น บวกกับการเรียนรู้เพิ่มเติมจากสถานที่ทำงานจริง   เมื่อสมัยก่อนไม่มีบทเรียน และหนังสือจากรุ่นพี่ที่เขียนเอาไว้ เพื่อให้เป็นแนวทางในการทำงาน ต้องอาศัยลองผิด ลองถูก จนเกิดความเชี่ยวชาญขึ้นมา หรือแม้กระทั่งอาศัยเลียนแบบจากรุ่นพี่ๆ ที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน การเรียนในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะ วิชาการสรรหาและคัดเลือกคนเข้าสู่องค์กร ก็เป็นวิชาหนึ่งที่มีการเปิดการเรียน การสอนแทบทุกมหาวิทยาลัย

อ่านต่อ ...

พอพูดถึงเรื่องนี้ บางคนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่น่าจะหยิบยกมาเป็นประเด็น ในเรื่องของการบริหารคนเลยสักนิดเดียว พนักงานที่เป็นสามี ภรรยากัน ทำงานด้วยกัน ก็ดีอยู่แล้ว เป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์กับครอบครัว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาทำงาน และมีส่วนให้เกิดความรู้สึกรักองค์กร สร้างความผูกพัน เพราะว่าบริษัทส่งเสริมให้ ครอบครัว ได้มีส่วนร่วมในองค์กร แต่พอมาพูดถึง หลักการบริหาร ลงในทางภาคปฏิบัติ องค์กรมักจะประสบปัญหา ด้านการบริหาร

อ่านต่อ ...

คำถามในลักษณะนี้มีอยู่ในองค์การทั่วไป แต่ถ้าเป็นองค์การที่ไม่มีกฎเกณฑ์อะไร ก็จะรับกลับเข้ามาทำงานใหม่ โดยไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากผู้บริหารแต่อย่างใด สำหรับบริษัทเล็กๆ มีพนักงานไม่มาก หรือเป็นบริษัทที่เพิ่งเติบโตจากธุรกิจในครอบครัว ก็จะยังไม่มีผลต่อคนหมู่มากเท่าใดนัก แต่สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะขอยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษา สำหรับองค์การที่มีพนักงานอยู่ในบริษัทมากๆ หรือมีบริษัทในเครืออีกหลายแห่ง จะมีผลกระทบตามมาค่อนข้างมาก กล่าวคือ สมมุติว่าถ้าเกิดกรณีพนักงาน 1 คนลาออกจากองค์การไป ไม่ว่าจะออกด้วย การเขียนใบลาออกอย่างถูกต้อง หรือ การขาดงาน

อ่านต่อ ...

ผู้เขียนเชื่อว่า นักบริหารงานบุคคลสมัยใหม่ มีทั้งเทคโนโลยี มีความอุปกรณ์สะดวกและมีความพร้อมในทุกๆด้าน มากกว่า นักบริหารงานบุคคลเมื่อสมัยก่อน แต่กลับละเลยในสิ่งที่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่มีผลมีมูลค่าทางจิตใจสำหรับผู้สมัครงานเป็นอย่างมาก และจากการที่ได้สอบถามผู้สมัครหลายคนที่ไม่ผ่านการสัมภาษณ์โดยส่วนใหญ่ ไม่เคยได้รับหนังสือและโทรศัพท์แจ้งมายังผู้สมัครเลยว่า ท่านไม่ผ่านการสัมภาษณ์ รอให้ผู้สมัครที่นั่งรองานมาเป็นร่วมเดือน ต้องโทรศัพท์มาสอบถาม จึงจะทราบข้อมูลว่าผลการสัมภาษณ์ไม่ผ่าน หรือรับผู้สมัครคนอื่นมานั่งทำงานแล้วเป็นเดือน ในการบริหารงานบุคคลในยุคก่อน หัวหน้าจะต้องมีการสอนงานในเรื่องนี้เป็นอันดับแรก ว่าจะต้องมีกระบวนการทำงานอย่างไรบ้าง โดยเริ่มตั้งแต่พิมพ์จดหมายเชิญการสัมภาษณ์งานที่สำนักงาน เพราะเมื่อสมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์เหมือนปัจจุบัน

อ่านต่อ ...

องค์กรหลายแห่งเกิดปัญหา ในกรณีที่พนักงานใหม่ เข้าสู่องค์กร เกิดปัญหาที่ว่า ถึงจะให้โอกาสให้ทำงาน อย่างไรก็ไม่ผ่านการประเมินการทดลองงาน แต่ก็จะเกิดปัญหาที่มีระบบการประเมินได้วางไว้ให้พนักงานใหม่ทำการทดลองงาน 120 วัน หรือบางแห่ง 180 วัน   ผู้บังคับบัญชาสายงานของพนักงาน อาจจะเกิดความไม่แน่ใจว่า สิ่งที่ทำกันอยู่ทุกวัน ถูกต้องหรือไม่ มีคำถามเรื่องนี้อยู่เสมอว่า ถ้ากรณีพนักงานใหม่เข้ามาในองค์กรแล้ว พอมาทำงานสักระยะหนึ่ง การประเมินผลงานในเบื้องต้น

อ่านต่อ ...

หลายองค์กรเริ่มตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องรับคนพิการเข้ามาทำงาน เพื่อที่จะต้องการได้รับสิทธิ์การลดหย่อน โดยไม่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนคนพิการ ตามกฎหมายที่เริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2555   นี้ ซึ่งเมื่อก่อนหน้านี้ กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ เพียงแต่ขอความร่วมมือไปยังบริษัทต่างๆ ให้บริจาคเงินสบทบเข้ากองทุนคนพิการ   พอมาในปัจจุบันบริษัท ห้างร้านที่ไม่รับคนพิการต้องการจ่ายเงินให้กับกองทุนพัฒนาคนพิการ เป็นตัวเงิน และสามารถนำไปลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ ซึ่งผู้เขียนขอบรรยายลงในรายละเอียดของ พ.ร.บ.คนพิการที่ได้ประกาศใช้ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อบริษัท ที่จะได้ตัดสินใจเลือกว่าจะจ่ายเงิน หรือรับคนพิการดี ขึ้นอยู่กับผู้บริหารองค์กรที่จะตัดสินใจ

อ่านต่อ ...

การบริการอัตรากำลัง ขององค์กร เป็นสิ่งหนึ่ง ที่หน่วยงาน HR จำเป็นต้องทราบ และต้องทำความเข้าใจ กระบวนการทำงานของบริษัท ให้เกิดความเข้าใจ เพื่อที่จะได้คำนวณอัตรากำลังได้อย่างถูกต้องและแม่นยำนั่นเอง แต่ในครั้งนี้ ผู้เขียนจะได้กล่าวถึงปัจจัยที่มีผลต่ออัตรากำลังพนักงานในองค์กร 1. จำนวนภาระหน้าที่งานของหน่วยงาน 2. ความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงาน กรณีที่บริษัทมีพนักงาน ที่มีความรู้

อ่านต่อ ...

ส่วนใหญ่นักบริหารงานบุคคล ดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผ่านกระบวนการสัมภาษณ์ ทดสอบ   ว่าจ้าง รับเข้ามาเป็นพนักงาน ใบสมัครของผู้ถูกสัมภาษณ์ที่คัดเลือก เพื่อนำมาเป็นเปรียบเทียบกัน ก็ถูกนำไปเก็บไว้ โดยที่ไม่ได้ใส่ใจประวัติดังกล่าวอีกเลย ซึ่งในยุคที่แรงงานค่อนข้างหายากเช่นนี้ นักบริหารงานบุคคล ควรเริ่มใส่ใจประวัติดังกล่าวนี้ใหม่ เหมือนกับวัตถุดิบ ในยุคแรกๆ ที่บริษัทนำวัตถุดิบไปผลิตสินค้าแล้ว เกิดความเสียหาย สินค้าถูกเคลมกลับคืนมายังบริษัท  สินค้าดังกล่าวก็ไม่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ แต่พอมายุคปัจจุบันเทคโนโลยีเจริญขึ้น ก็ได้คิดค้นวิธีที่จะนำสินค้าที่ชำรุดเสียหาย

อ่านต่อ ...

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่า เป็นเรื่องเก่าสมัยโบราณ ไม่น่าจะเกี่ยวกับการทำงานสักเท่าไร แต่ทำไม่เมื่อสมัยก่อน บางบริษัทจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์การรับคนเอาไว้เลยว่า จะต้องไม่มีรอยสักตามตัวพนักงาน มีสาเหตุมาจากเรื่องอะไรกันแน่ ความเชื่อในเรื่องเหล่านี้ พอมาถึงยุคปัจจุบัน จะต้องปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ เพื่อที่จะได้ให้สิทธ์พนักงาน ที่มีรอยสักได้มาทำงานอย่างทัดเทียมกับผู้อื่นได้ จากประสบการณ์ของ ผู้เขียนเคยทำงานโรงงาน ก็เลยอยากจะมาแชร์ให้ผู้อ่านได้มองประเด็นในเรื่องนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณารับพนักงานที่มีรอยสัก ไว้เป็นแนวคิด ประกอบการพิจารณาไว้ มีโรงงานแห่งหนึ่งที่เริ่มก่อตั้งโรงงานใหม่

อ่านต่อ ...

กรณีลักษณะเช่นนี้ มีหลายๆ บริษัทมักจะมีข้อถกเถียงกันเป็นประจำ ว่าการที่พนักงานตั้งครรภ์ ซึ่งอยู่ในช่วงการทดลองงาน บริษัทสามารถจะดำเนินการแจ้งพนักงานว่า ไม่ผ่านการทดลองงาน เพราะว่าการตั้งครรภ์ได้หรือไม่ กระทำลักษณะเช่นนี้ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ประการใด หรืออาจจะมีบางบริษัท มีการเขียนลงไว้ในข้อบังคับของบริษัท เลยว่า ถ้ากรณีพนักงานตั้งครรภ์ บริษัทอาจถือว่า กระทำการผิดกฎของบริษัท ตามที่ได้เขียนไว้ ในข้อบังคับของบริษัท ซึ่งในช่วงที่พนักงานมาสมัครงาน และผ่านกระบวนการสัมภาษณ์แล้ว

อ่านต่อ ...