จากสภาพแวดล้อมขององค์กรและพฤติกรรมของผู้สมัครที่เปลี่ยนแปลงไป  การปรับเปลี่ยนระบบงานภายในองค์กร  ก็ต้องถึงว่าที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ทันสมัย  ต่อผู้สมัครที่กำลังจะเข้ามาสู่องค์กร  โดยเฉพาะกระบวนการดึงดูดตั้งแต่เริ่มแรกจะดลใจคนรุ่นใหม่อย่างไร และต้องศึกษาพฤติกรรมข้อมูลผู้สมัครที่เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นกรณีพิเศษอีกด้วย  จากข้อมูลอ้างถึงบทที่ผ่านมาที่ได้อ้างถึงพฤติกรรมของคน Generation ME ที่มีบุคคลิกภาพที่หลงตัวเองด้วยแล้ว  จำเป็นต้องสร้างสิ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของคนกลุ่มนี้ เน้นแพคเกจ ค่าจ้างและสวัสดิการให้จูงใจ โดยเฉพาะผู้สมัครกลุ่มนี้ต้องการความสำเร็จเร็ว เมื่อเปรียบเทียบค่าจ้างและงานที่เขาต้องทำแล้ว  สามารถเป็นที่ยอมรับในสากลทั่วไป ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ  ฉะนั้นแพคเกจค่าจ้าง  นายจ้างจะออกแบบให้มีอัตราค่าจ้างที่สูงกว่ามาตรฐานโดยทั่วไป

อ่านต่อ ...

สำหรับองค์กรต่างๆ  ที่อาจจะประสบปัญหาเกี่ยวกับผู้สมัครงานที่จะเข้ามาร่วมงานกับองค์กรหายากขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อรับเข้ามาร่วมงาน ก็ปฏิบัติงานได้ไม่กี่วัน  ก็ลาออกหรืออาจจะพบปัญหาตำแหน่งงานว่างแต่ก็ไม่มีผู้สมัครที่ตรงคุณสมบัติเข้ามาปฏิบัติงานได้สักที  บางครั้งองค์กรไปแก้ปัญหา  โดยไปเพิ่มค่าจ้างและสวัสดิการเพิ่มขึ้นในตำแหน่งงานดังกล่าว  สิ่งที่ตามมาก็คือ ค่าใช้จ่ายของบริษัทที่เพิ่มขึ้น  เพราะว่าการปรับค่าจ้างขึ้นนั้น  เมื่อปรับให้กับผู้สมัครใหม่ที่เข้ามาร่วมงานแต่อย่าลืมว่าพนักงานเก่าที่อยู่ภายในองค์กร  ยังไม่เท่าเดิมก็จะเกิดปํญหา  รับคนใหม่เข้ามา ทำให้คนเก่าลาออก  เพราะว่าเงินค่าจ้างของพนักงานใหม่มากกว่าพนักงานที่ทำงานอยู่เดิม  ซึ่งก็ยิ่งทำให้ปัญหาภายในองค์กรเพิ่มมากขึ้นเข้าไปอีก การแก้ปัญหาในเบื้องต้นนั้น   ควรจะต้องเริ่มวิเคราะห์ปัญหาที่แท้จริงก่อนว่าการหาผู้สมัครเข้ามาร่วมงานไม่ได้นั้น  เกิดจากอะไรกันแน่  เช่น

อ่านต่อ ...

จากนิตยสาร Time  ที่ทำสกู๊ปหน้าปกเรื่อง Me Me Me Generation มองว่าคนรุ่นใหม่ที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1980-2000  มักจะมองตัวเองสำคัญที่สุด มองว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างหรือเรียกอีกคำหนึ่งว่า เป็นกลุ่มที่หลงตัวเอง  ลักษณะบุคลิกภาพหลงตัวเอง มักจะมีอาการและพฤติกรรมดังนี้ ปฏิกิริยาต่อการวิพากษ์วิจารณ์ ด้วยความโกรธแค้น สร้างความน่าละอาย ขายหน้าและความอัปยศอดสู ไม่ค่อยยินยอมให้ใครมาวิจารณ์การกระทำของเขานอกจากการชมเท่านั้น

อ่านต่อ ...

หน่วยงาน HR ที่กำกับดูแลงานสรรหาและคัดเลือก  ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจในเรื่องนี้  หลายๆ องค์กรมองว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากในการค้นหาข้อมูลมาเป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ  โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีระบบเทคโนโลยีที่มีความพร้อม สำหรับการค้นคว้าหาข้อมูลและหน่วยงานที่รับผิดชอบก็ได้รับการตื่นตัว มองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อสนับสนุนบริษัททั้งภาครัฐและเอกชน ได้มีข้อมูล เพื่อนำไปวางแผนในการรับคนเข้าสู่องค์กรได้แม่นยำขึ้น กระบวนการขั้นตอนการศึกษาข้อมูลการกำหนดอุปสงค์ (Demand) เราใช้หลักของเศรษฐศาสตร์มาเป็นเครื่องมือในการหาข้อมูลเรื่อง อัตรากำลังขององค์กร         สำหรับอุปสงค์แรงงานในความหมายของอัตรากำลังคือ จำนวนความต้องการอัตรากำลังของหน่วยงานในตำแหน่งงานนั้น ๆ

อ่านต่อ ...

บางครั้งหัวหน้างานต้องมีความรอบรู้เรื่องการบริหารคนไว้บ้าง เพื่อจะได้เป็นข้อมูลในการพิจารณาพฤติกรรมของพนักงานภายในหน่วยงานของตัวเองว่า  มีแนวความคิดต่อองค์กรอย่างไรบ้าง    ซึ่งบ้างครั้งพนักงานพูดเรื่องการลาออกบ่อยๆ แต่ไม่ยอมเขียนสักที  นี่ก็เป็นการส่งสัญญาณอะไร  ให้หัวหน้าทราบ เพื่อให้หัวหน้าได้รับทราบข้อมูลและเข้าไปจัดการปัญหาภายในองค์กรให้ สำหรับผู้เขียนก็อยากยกตัวอย่างให้เห็นมีเป็นแนวทางไว้ว่า  พนักงานที่เขียนใบลาออกมักมีเหตุผลอะไรบ้าง  ในการตัดสินใจลาออกจากองค์กรไป เบื่อหัวหน้างาน โดยส่วนใหญ่เหตุผลที่เป็นประเด็นแรกๆ เลยคือ  ลูกน้องทนพฤติกรรมของหัวหน้าไม่ได้ที่ไม่มีความยุติธรรม  ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้อง เอาแต่พวกพ้องตัวเอง ลูกน้องคนที่คอยจ้องจับผิดคนอื่นแล้วส่งข้อมูลให้กับหัวหน้า มักจะได้ดี เมื่อช่วงประเมินปลายปี 

อ่านต่อ ...

สำหรับองค์กรใหญ่ๆ  นับว่าเป็นสิ่งจำเป็นขององค์กร  ที่จะต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ด้านการบริหารแรงงานสัมพันธ์ของบริษัท  เพื่อที่จะได้เข้าถึงพนักงานทุกระดับ และทุกหน่วยงาน บางองค์กรมองว่า บทบาทเรื่องแรงงานสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น  ซึ่งอาจจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะว่า ถ้าปัญหาด้านแรงงานเกิดขึ้น  มีการประท้วง นัดหยุดงานขึ้นมา  ผลที่องค์กรได้รับก็คือ  ความเสียหายต่อลูกค้า ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ เกิดข้อร้องเรียน ผู้เขียนจะช่วยเสริมความเข้าใจ เรื่องการบริหารแรงงานสัมพันธ์ในองค์กร เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริหารยุคใหม่ 

อ่านต่อ ...

จากที่ผู้เขียนได้กล่าวมาตั้งแต่การดูแลพนักงานในช่วงเริ่มแรก  การที่พนักงานได้ตัดสินใจมาเริ่มงานอยู่กับองค์กรเรา  แสดงว่าความรู้สึกที่มีให้กับองค์กรย่อมมีอยู่แล้ว  เพียงแต่ว่าองค์กรได้ให้สิ่งที่ดีแก่เขากลับไปอย่างไร โดยเริ่มตั้งแต่ยังเป็นผู้สมัครงาน และก้าวมาเป็นพนักงานของบริษัท  สิ่งที่พนักงานได้รับย่อมเกิดสัมพันธภาพที่ดี  เกิดการรักองค์กร เพราะว่าได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เมื่อถึงเวลาการประเมินผลทดลองงาน  หัวหน้า/ผู้จัดการ  ต้องดำรงซึ่งความยุติธรรม  ในการประเมินผลกับลูกน้องในสายงาน  ว่ามีส่วนดี ส่วนเสียอย่างไร มีตัวชี้วัดอย่างชัดเจนของแต่ละคน  โดยให้โอกาสให้พนักงานได้ชี้แจงเหตุผล  ในการประเมินผลด้วย  เพื่อรับฟังข้อมูล

อ่านต่อ ...

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว  Internet การสื่อสารไร้สายได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก ย่อโลกให้เล็กลง ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด การทำธุรกิจ การบริหารงานองค์กรทุกอย่างจึงจะต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากระแสโลกด้วยเช่นกัน  ทุกอย่างต้องรวดเร็วมากขึ้น  ต้องแม่นยำมากขึ้น เพียงแค่เสี้ยวนาทีทุกอย่างอาจเปลียนแปลงจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมก็ได้  นี่คือสภาพของการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน องค์ธุรกิจจึงต้องหาวิธี ที่จะช่วงชิงโอกาส ที่มีเวลาอันน้อยนิดเหล่านี้  หากองค์กรใด ยังใช้วิธีการเดิม ๆ ในการทำงาน ความสามารถทางการแข่งขันก็จะด้อยลงทันที และแน่นอนงานบริหารทรัพยากรบุคคลหรือ

อ่านต่อ ...

ด้วยความเจริญทางด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างรวดเร็วมาก  การดำเนินการอะไรที่ให้กับพนักงาน ย่อมต้องให้ทันเหตุการณ์  เพราะหากปล่อยไว้  โดยไม่ได้แจ้งข่าวสารให้กับพนักงานได้รับทราบข้อมูล อาจจะส่งผลให้พนักงานได้ลาออกไปอยู่องค์กรอื่นได้  ในฐานะที่เป็นหัวหน้างาน/ผู้จัดการที่กำกับดูแลในสายงาน  จำเป็นจะต้องมีการประชุมหารือ กับพนักงานในสังกัดอยู่เป็นประจำ  ต้องมีข้อมูลของพนักงานในสังกัดว่า  มีแนวคิดและมีแนวโน้มของพนักงาน  ที่จะลาออกไปอยู่ที่บริษัทอื่น  หรืออาจจะมีการซื้อตัวกันเกิดขึ้น  สิ่งเหล่านี้หน่วยงานด้าน Line  จะทราบข้อมูลก่อน  จะได้มีมาตรการหาแนวทางแก้ไขได้ทันเหตุการณ์  การสื่อสารให้กับพนักงาน ได้ทราบถึงโครงการต่างๆ ขององค์กร 

อ่านต่อ ...

จากที่ได้ทราบถึงบทบาท HR ต่อองค์กรหรือผู้บริหาร  บทบาท HR ต่อ หัวหน้า/ผู้จัดการ  และบทบาท HR ที่ต้องมีต่อพนักงาน  ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ขององค์กร  บทบาท HR ในส่วนนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญ  ในการลงถึงภาคปฏิบัติที่จะต้องเข้าไปลงมือทำเอง  โดยรับนโยบายจากผู้บริหารสูงสุดของทางด้าน HR แล้วไปดำเนินการ  ซึ่งถ้ามองแล้วบทบาทที่ได้ดำเนินการไปนั้น  จะเป็นไปตามตำแหน่งของพนักงาน 

อ่านต่อ ...